สื่อการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย
วันที่ 21 สิงหาคม2561 เวลา 13:30-17:30
วันนี้เป็นคาบที่สามในการเรียนรู้จะเรียนรู้ในบทที่3 เกี่ยวกับสื่อและของเล่นสำหรับเด็กปฐมวัยเพื่อให้เข้าใจในบทเรียนนี้
และตอนท้ายคาบนำเสนอบทความของตัวเอง
ซึ่งมีชื่อว่า บทความ สื่อและของเล่นเด็กปฐมวัย และปั้มไก่ 1 ตัว
สื่อการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย
คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่เรียน
Teaching Materials วัสดุการสอน
Instruction media สื่อการสอน
Playing imitation การเล่นเลียนแบบ
Exploration การสำรวจ
Testing การทดสอบ
Construction การสร้าง
Role play บทบาทสมมติ
Simulation การจำลองสถานการณ์
game เกม
บทที่ 3
สื่อ การเล่นเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัย
“สื่อ” หมายถึง สิ่งต่าง ๆ
ที่อยู่รอบๆ ตัวเด็ก คือ สิ่งที่มีชีวิต สิ่งที่ไม่มีชีวิต สิ่งที่ประดิษฐ์ขึ้น
ได้แก่ คน สัตว์ พืชผัก ผลไม้ สิ่งของเครื่องใช้ เครื่องเล่น วิทยุ โทรทัศน์
ภาพยนตร์ เทป ยานพาหนะ ฯลฯ สิ่งที่เหล่านี้เมื่อเด็กได้พบเห็น
หรือจับต้องก็จะทำให้เกิดการเรียนรู้ ทั้งมีส่วนช่วยให้เด็กพัฒนาทางกาย อารมณ์–
จิตใจ สังคม และสติปัญญา
(คุณหญิงเบญจา แสงมลิ)
ชัยยงค์ พรหมวงศ์ ได้แบ่งสื่อ ออกเป็น
3 ประเภท
1. สื่อการสอนประเภทวัสดุ สามารถจำแนกเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ ได้ 2 กลุ่ม
1.1
วัสดุการสอนที่ครูจัดทำหรือจัดหามา
1.2 วัสดุการสอนที่มีผู้จัดทำจำหน่าย
1.2.1 สิ่งพิมพ์
1.2.2 ภาพชุด
1.2.3 เทปโทรทัศน์
1.2.4 เทปเสียง
2.สื่อการสอนประเภทอุปกรณ์
2.1 เครื่องเสียง
2.2 อุปกรณ์ประกอบเครื่องฉาย
2.3 อุปกรณ์ที่ไม่เกี่ยวกับการใช้เสียงหรือให้ภาพ
3. สื่อการสอนประเภทวิธีการ
3.1 การสาธิต
3.2 การทดลอง
3.3 เกม
3.4 การแสดงบทบาทสมมติ
3.5 การจำลองสถานการณ์
3.6
การฝึกปฏิบัติจริงหลังการสนทนาเนื้อหา
3.7 ทัศนศึกษา
3.8
กิจกรรมอิสระ
3.9
กิจกรรมที่จัดขึ้นตามโครงการ
ความสำคัญของสื่อการสอนระดับปฐมวัย
1)
สื่อเป็นหัวใจของการจัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมให้เด็ก ได้รับประสบการณ์ตรง
2)
สื่อช่วยให้เด็กได้เรียนรู้จากสิ่งที่เป็นรูปธรรม
และเกิดมโนทัศน์ตรงกับข้อเท็จจริง
3) ช่วยสร้างความสนใจของเด็กและเป็นสิ่งเร้าให้เด็กสนใจที่จะทำกิจกรรมและเกิดการเรียนรู้ได้ดี
4) ช่วยให้เด็กจดจำสิ่งต่าง ๆ
ได้ง่ายและไม่ลืม
5) ช่วยอธิบายสิ่งที่ยากให้เข้าใจง่าย
ช่วยให้คุณภาพการเรียนรู้ดีขึ้น
6) ช่วยให้เรียนรู้ได้เร็ว ใช้เวลาอธิบายน้อย เรียนรู้ได้ปริมาณมาก
7) สื่อช่วยสร้างเจตคติที่ดีให้เกิดกับเด็ก
8) สื่อเป็นสิ่งเร้าที่เด็กสามารถใช้ประสาทสัมผัส
9) ช่วยส่งเสริมการคิดและการแก้ปัญหา
10) สื่อช่วยให้เด็กเกิดจินตนาการ
11) สื่อช่วยตอบสนองความสนใจ
อยากรู้อยากเห็นตามธรรมชาติ
12) เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ครูได้พัฒนาเด็กได้อย่างเต็มศักยภาพ
13) ช่วยให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กดีขึ้น
14) ช่วยพัฒนาคุณลักษณะที่พึงประสงค์ในด้านต่าง
ๆ
15) เป็นศูนย์รวมความสนใจเด็ก
และทำให้บทเรียนน่าสนใจ
ลักษณะของสื่อการสอนระดับปฐมวัย
1.มีลักษณะที่สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็ก
2.มีขนาดเหมาะสมกับเด็กและขนาดของมือเด็ก
3.มีคุณค่าต่อพัฒนาการด้านต่าง ๆ
ของเด็ก
4.ใช้ประสาทสัมผัสได้มากและหลายส่วน
5.มีสีสันสวยงาม สดใสไม่สะท้อนแสง
6. มีความทนทาน น้ำหนักเบา
ไม่แตกหักง่าย ไม่แหลมคม
7. มีรายละเอียดน้อย ง่าย
(เหมาะสมกับวัย)
8. มีลักษณะเป็นมิติ ซึ่งเด็กจะสนใจและเข้าใจได้ดีกว่า
9.
เป็นสื่อที่สอดคล้องกับเรื่องที่เด็กสนใจ และต้องการเรียนรู้
10.สามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบหรือปรับเปลี่ยนรูปแบบได้
การจัดระบบสื่อเพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็ก
1. การเลือกสื่อ
1.1
มีความปลอดภัย สื่อที่จะสร้างขึ้นหรือเลือกให้เด็ก ครูควรคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก
1.1.1
ต้องทำด้วยวัสดุที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อเด็ก
1.1.2 พื้นผิวของวัตถุเรียบ 1.1.3 ขนาดและน้ำหนักเหมาะสม
1.2 คำนึงถึงประโยชน์ ที่เด็กได้รับ
1.2.1
เร้าให้เด็กอยากรู้อยากเห็น 1.2.2
กระตุ้นพัฒนาการ
1.2.3
ประโยชน์ที่มีต่อกล้ามเนื้อและการเคลื่อนไหว
1.3 ความประหยัด
1.3.1 เงิน
ค่าใช้จ่ายในการผลิตไม่สูงเกินไป
1.3.2 ประหยัดในแง่ของวัสดุ
1.4 ด้านประสิทธิภาพ
1.4.1 ใช้ได้หลายอย่าง หลายโอกาส
1.4.2 ให้เด็กได้ประสบการณ์ตรง
2. วิธีการเลือกสื่อ
2.1 เลือกให้ตรงกับจุดมุ่งหมาย
2.2 เลือกให้เหมาะสมกับวัยและความสามารถ
2.3
เลือกใช้ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมของท้องถิ่น
2.4 มีวิธีการใช้ง่าย ๆ และนำไปใช้ได้หลาย ๆ
วิธี
2.5 มีความถูกต้องตามเนื้อหาและมีความทันสมัย
2.6 มีคุณภาพดี
2.7
เลือกสื่อที่เด็กเข้าใจง่ายในเวลาสั้น ๆ ไม่ซับซ้อน
2.8
สื่อที่เลือกเป็นสื่อที่สามารถสัมผัสได้
2.9
เลือกสื่อเพื่อใช้ฝึกและส่งเสริมการคิด
2.10
เลือกสื่อให้เหมาะสมกับเวลาที่ใช้
หลักการผลิตสื่อการเรียนการสอน
1. สำรวจความต้องการในการใช้สื่อ
2. วางแผนในการผลิต
3.
ดำเนินการผลิตตามรูปแบบที่ได้วางแผนไว้
4. ทดสอบคุณสมบัติของสื่อที่ผลิตขึ้น
5. นำสื่อที่ปรับปรุงแก้ไขแล้วไปใช้จริง
ขั้นตอนการใช้สื่อ
1) เตรียมตัวครู
2) เตรียมตัวเด็ก
3) เตรียมสื่อ
การนำเสนอสื่อ
1. สร้างความพร้อมและเร้าความสนใจ
2.
ใช้สื่อตามลำดับขั้นของแผนการจัดกิจกรรม
3.
ควรอยู่ด้านข้างหรือด้านหลังของสื่อที่ใช้ ไม่ควรยืนหันหลังให้เด็ก
4. ไม่ควรให้เด็กเห็นสื่อหลาย ๆ
ชนิดพร้อมกัน
5.
เปิดโอกาสให้เด็กได้ร่วมกิจกรรมในการใช้สื่อนั้น
6. ควรสังเกต หรือให้ความสนใจคำถาม
คำพูดของเด็ก
การประเมินการใช้สื่อ
1.
สื่อนั้นช่วยให้เด็กเกิดการเรียนรู้เพียงใด
2. เด็กชอบสื่อชนิดนั้นเพียงใด
3.
สื่อช่วยให้การสอนนั้นสอนได้ตรงกับจุดมุ่งหมาย
4.
สื่อนั้นช่วยให้เด็กสนใจมากน้อยเพียงใด และสนใจเพราะเหตุใด
การเก็บรักษาและซ่อมแซมสื่อ
1.
ควรตรวจสอบสื่อหลังจากที่ใช้แล้วทุกครั้ง ว่ามีสภาพสมบูรณ์
2.
ควรฝึกให้เด็กช่วยกันเก็บรักษาสื่อของครู
3. เก็บสื่อให้เป็นระเบียบและเป็นหมวดหมู่
4. ฝึกให้เด็กหยิบสื่อออกมาใช้ได้เอง
และเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย
5. ควรซ่อมแซมสื่อที่ชำรุด
สื่อการสอนเดินได้
การเรียนการสอนนั้นบางครั้งแม้ไม่มีสื่ออยู่ในมือเลย
การเรียนการสอนก็ประสบผลสำเร็จได้เพราะครูและสิ่งที่ครูมีอยู่ในตัว
1) สายตา
2) สีหน้า
3) น้ำเสียง
สื่อเพื่อการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย
ของเล่น
สิ่งของหรือวัสดุ
– อุปกรณ์ ที่นำมาให้เด็กเล่น บางทีก็เรียกว่า เครื่องเล่น
อาจรวมถึงอุปกรณ์ดนตรีอุปกรณ์ทางด้านพลานามัย และอื่น ๆ
ซึ่งของเล่นหรือเครื่องเล่นนั้นเป็นสื่อที่ช่วยให้เด็กได้รู้จัก ได้ใช้ได้จัด
ได้กระทำ หรือประดิษฐ์คิดสร้าง
ของเล่น
1) ของเด็กเล่น
2) เครื่องกีฬา
3) เครื่องดนตรี
การจัดประเภทของเล่นตามทฤษฎีเชิงรู้คิด
1.
ของเล่นประเภทที่เด็กเล่นเพื่อการรับรู้
2. เรียนรู้ด้วยวิธีใช้ความคิด
หาวิธีลองทำเพื่อแก้ปัญหา
3. ของเล่นประเภทที่ช่วยให้เด็กได้ลงมือทำ
4. ของเล่นที่เด็กเลียนแบบและการแสดงบทบาท
5. การเล่นเพื่อพัฒนาภาษา
การเลือกของเล่นเพื่อความปลอดภัย
เนื่องจากการเล่นกับของเล่นนั้น
เด็กจะต้องคลุกคลีและใช้อวัยวะสัมผัสกับของเล่นอยู่ตลอดเวลา
ในการเลือกของเล่นสำหรับเด็ก จึงควรระมัดระวังและพิจารณาในแง่ของความปลอดภัยให้มาก
ซึ่งอาจพิจารณาได้ในส่วนต่าง ๆ ดังนี้
1. วัสดุที่ใช้ผลิต
2. ส่วนประกอบ
3. โครงสร้าง
คุณสมบัติของของเล่นที่ดี
1. เป็นของเล่นที่ผู้เล่นมีโอกาสใช้ประสาทสัมผัสต่าง
ๆ
2. เป็นของเล่นที่เหมาะสมกับอายุ
พัฒนาการ
3. ของเล่นนั้นควรใช้ในกิจกรรมการเล่นหลาย
ๆแบบ
4. เป็นของเล่นที่ช่วยฝึกการเคลื่อนไหวของส่วนต่าง
ๆ
5. เป็นของเล่นที่กระตุ้นให้เด็กได้เล่นเป็นกลุ่ม
6. เป็นของเล่นที่มีความปลอดภัย
ทำจากวัสดุปราศจากพิษ
7. เป็นของเล่นที่สามารถนำมาเล่นได้เอง
8. ควรเป็นของเล่นที่แพร่หลาย
เด็ก ๆ นิยมกันทั่วไป
วัตถุประสงค์ของการเล่นที่ใช้เครื่องเล่นของเด็ก
1. เพื่อเพลิดเพลิน
2. เพื่อพัฒนาการทางร่างกาย
3. เพื่อพัฒนาการด้านอารมณ์
การเลือกเครื่องเล่นที่ปลอดภัย
1.
ให้การศึกษาเกี่ยวกับเครื่องเล่นที่มีคุณสมบัติที่ดี
2. สิ่งบรรจุเครื่องเล่นควรมีคำอธิบาย
คำแนะนำแสดงไว้
3.
ผู้ซื้อเครื่องเล่นควรพิจารณาเลือกประเภทให้ถูกต้องตามความเจริญเติบโต
4.
เครื่องเล่นควรเป็นชนิดที่ทำความสะอาดได้ง่าย
5.
เครื่องเล่นที่ผู้ใหญ่ไม่แน่ใจว่าเด็กจะเล่นได้ปลอกภัยหรือไม่
6. เด็กต่างวัยกันไม่ควรเล่นเกมกีฬาประเภทเดียวกันร่วมกัน
ประโยชน์ของการเล่น
ซูซาน ไอแซค (Susan Isaacs) ได้ศึกษาวิจัยผลของการเล่นที่ก่อให้เกิดประโยชน์อย่างยิ่งกับเด็กปฐมวัย
ซึ่งสามารถสรุปได้ดังนี้
1.
การเล่นทำให้เกิดการเรียนรู้
2.
การเล่นช่วยส่งเสริมความสามารถทางการคิดและสติปัญญา
3.
การเล่นช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางสังคม
4.
การเล่นช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางอารมณ์
5.
การเล่นช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกาย
ทฤษฎีและพัฒนาการการเล่นของเด็กปฐมวัย
การเล่นเป็นโอกาสที่เด็กจะได้ศึกษาสิ่งแวดล้อมรอบตัว
มีความเข้าใจสิ่งแวดล้อมและสังคม
ช่วยให้เด็กเกิดการปรับตัวให้เข้ากับสังคมและอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและเป็นโอกาสของการฝึกฝนในเรื่องของความรับผิดชอบ
ทั้งนี้ รูดอล์ฟ (Rudolph, 1984,
p. 95) ได้
สรุปไว้เป็นองค์ประกอบของการเล่นได้ 3
ประการ ดังนี้
1.
การเล่นนำไปสู่การค้นพบเหตุผลและความคิด
2.
การเล่นเป็นการเชื่อมโยงระหว่างเด็กกับสังคม
3.
การเล่นเป็นการนำเด็กไปสู่ภาวะความสมดุลทางอารมณ์
ความสำคัญของการเล่น
เพียเจท์ (เยาวพา เดชะคุปต์. 2528:12 อ้างอิงมาจาก Piaget.N.d.) ได้กล่าวเอาไว้ว่า
การเล่นมีความสำคัญต่อพัฒนาการทางสติปัญญาของเด็ก จากการเล่น
เด็กจะสามารถแยกแยะสิ่งต่างๆจากสิ่งเร้าได้
และขณะที่เด็กตอบสนองสิ่งเร้าเด็กจะรับรู้สิ่งต่าง ๆเข้ามาในสมอง
1) บทบาทของการเล่น คือ การระบายอารมณ์
2) การเล่นช่วยให้เข้าใจสิ่งที่เป็นนามธรรม
3) การเล่นเป็นการเรียนรู้ทางสังคม
พัฒนาการและการเล่นของเด็ก
1.อายุ 0–2 ปี
เป็นการเล่นแบบทารก
เด็กจะใช้ตัวเองและอวัยวะไปสัมผัสกับสิ่งต่าง ๆ
โดยอาศัยสมรรถภาพทางกายกระทำกิจกรรมที่เคลื่อนไหว ใช้ประสาทสัมผัส
เพื่อรับรู้และมีการกระทำที่ซ้ำ ๆ
2. อายุ 2–3 ปี
เป็นขั้นการเล่นที่ใช้สัญลักษณ์
วัยนี้เด็กจะมีพัฒนาการทางสติปัญญาเพิ่มขึ้น มีความกระตือรือร้น อยากรู้อยากเห็น
ร่างกายก็มีความสามารถเพิ่มขึ้น
3. อายุ 3–6 ปี
เป็นขั้นการเล่นที่สื่อความคิด
เด็กจะเล่นด้วยการสมมติตนเอง สิ่งของ หรือวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ
แทนของจริงที่ไม่มีอยู่ในที่นั้นได้ วัยนี้เด็กจะเริ่มเล่นเป็นกลุ่ม
มีความคิดและจินตนาการในการเล่นที่แสดงออกถึงการเรียนรู้ทางสังคม
พฤติกรรมการเล่นของเด็ก
1. การเล่นเลียนแบบ (Imitation)
2. การสำรวจ (Exploration)
3. การทดสอบ (Testing)
4. การสร้าง (Construction
สรุป สื่อ
การเล่นเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัย
เครื่องเล่นของเด็กมีความสำคัญในการพัฒนาร่างกายและจิตใจของเด็กและเยาวชน
ผู้ทำหน้าที่เป็นแพทย์หรือบุคลากรการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับเด็ก
ควรศึกษาและให้ความสนใจในเรื่องเครื่องเล่นพอสมควรทั้งนี้เพื่อจะได้ให้คำแนะนำปรึกษาเกี่ยวกับการเลือกสรรและจัดหาเครื่องเล่นให้ถูกต้องเหมาะสมกับผู้เล่นตลอดจนหาทางช่วยส่งเสริมการผลิตเครื่องเล่นให้มากขึ้นภายในประเทศโดยทางอ้อมต่อไป
รูปภาพประจำสัปดาห์
บทความที่นำเสนอในคาบ
เรื่องสื่อและของเล่นเด็กปฐมวัย
สื่อและของเล่น จัดเป็นปัจจัยที่สำคัญปัจจัยหนึ่ง สภาพแวดล้อมหนึ่ง
ที่มีผลต่อการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก สื่อและของเล่นแต่ละประเภท
มีส่วนในการพัฒนาเด็กแตกต่างกันไป การเลือกใช้และผลิต จึงเป็นสิ่งสำคัญที่พ่อแม่
ผู้ปกครอง รวมทั้งครู จะมีบทบาทในการพิจารณาให้เหมาะสมกับพัฒนาการตามวัยของเด็ก
และตรงตามวัตถุประสงค์
โดยเฉพาะการนำสื่อและของเล่นมาใช้ประกอบกิจกรรมการเรียนการสอน ดังนั้น
การผลิตสื่อและของเล่น สำหรับเด็กปฐมวัย จึงควรคำนึงถึงหลักการผลิต
การเลือกใช้ที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ เพื่อให้สามารถส่งเสริมพัฒนาการเด็กด้านต่างๆ
ได้อย่างครบถ้วน
หลักการเลือกสื่อและของเล่น
แนวทางในการเลือกสื่อและของเล่นโดยทั่วไป
ควรมีหลักเกณฑ์การเลือกเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเด็กหรือผู้เรียนดังนี้
1.
การเลือกสื่อควรพิจารณาให้มีความสัมพันธ์กับเรื่องที่ต้องการให้เด็กๆได้เรียนรู้
เพื่อให้ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ได้กำหนดไว้ และสอดคล้องกับเนื้อหาอย่างครบถ้วน
2. การนำสื่อไปใช้ในกิจกรรมหรือประสบการณ์ให้เด็ก
ต้องคำนึงถึงผลที่จะเกิดขึ้น ดังนั้นก่อนนำสื่อไปใช้ให้เกิดประสิทธิผล
ควรมีการทดลองใช้และติดตามผลการใช้สื่อนั้นๆ ก่อน
3. สื่อควรสร้างเสริมความคิดและให้แนวทางในการแก้ปัญหาได้หลายๆ ด้าน
4. กรณีผลิตสื่อขึ้นใช้เอง ควรพิจารณาเทคนิคการผลิตสื่อนั้นๆ ว่า ดี
หรือมีความเหมาะสมในการใช้งานมากน้อยแค่ไหน เช่น สี ขนาด สัดส่วน
ที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริง
5. สื่อต้องเหมาะสมกับวัย เพศ ระดับความรู้ ประสบการณ์เดิมของผู้รับ
6. การสร้างสื่อรวมทั้งการใช้สื่อ
ควรยึดหลักการตอบสนองความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ อันได้แก่ ความต้องการทางกาย
ความต้องการความปลอดภัย ความต้องการการยอมรับของกลุ่ม ความต้องการการยกย่องนับถือ
ความต้องการความสำเร็จในชีวิต
7. ควรเลือกใช้สื่อชนิดที่เข้าถึงและเป็นที่นิยมของกลุ่มเป้าหมาย
รวมถึงภาษาที่สามารถสื่อสารให้เข้าใจได้ง่าย น่าสนใจ และใช้สื่ออย่างคุ้มค่า
8. สื่อนั้นๆ ผู้รับควรรับรู้โดยผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้าให้มากที่สุด
9. สื่อที่ใช้ควรเป็นสถานการณ์ในปัจจุบัน
ทันต่อเหตุการณ์และความก้าวหน้า รวดเร็วตรงตามเป้าหมาย
10. ควรนำศิลปวัฒนธรรม ประเพณี กิจกรรม บุคลากร องค์กร
หรือทรัพยากรต่างๆ ในท้องถิ่น มาใช้เป็นสื่อให้มากที่สุด
หลักการใช้สื่อ วัสดุ -
อุปกรณ์และของเล่นประกอบการจัดกิจกรรมสำหรับเด็กปฐมวัย
1. สื่อนั้น ควรส่งเสริมพัฒนาการเด็กในด้านต่างๆ ได้แก่ ด้านสติปัญญา,ร่างกาย, สังคม, อารมณ์และจิตใจ ซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามความเหมาะสม
2. เน้นสื่อที่เป็นจริง หรือเป็นสื่อที่ผลิตจากวัสดุธรรมชาติ
3. ควรเป็นสิ่งที่ใกล้ตัวเด็ก สะดุดตา เร้าความสนใจของเด็กได้ดี
4. มีความปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อเด็ก
5. สื่อนั้นๆ ต้องเหมาะสมตามวัยหรือพัฒนาการเด็ก
6. มีขนาดเหมาะสมกับเด็กแต่ละวัย น้ำหนักเบา เด็กสามารถหยิบจับ
เคลื่อนย้ายด้วยตนเองได้สะดวก
ลักษณะของสื่อและวัสดุอุปกรณ์ที่ดี
1. สื่อและวัสดุอุปกรณ์ต้องเหมาะกับวัยของเด็ก
2. มีความมั่นคง แข็งแรง ปลอดภัย ไม่แหลมคม
3. ทำด้วยวัสดุที่ไม่เป็นพิษ และไม่ติดไฟง่าย
ที่สำคัญไม่ควรทำด้วยแก้ว เพราะอาจแตกและเป็นอันตรายต่อเด็กได้
4. มีการออกแบบที่ดี มีวิธีการใช้ที่ไม่ยุ่งยาก
5. มีสีสันสวยงาม ดึงดูดความสนใจของเด็กได้ดี
6. เร้าใจเด็ก ชวนให้คิดคำนึง สร้างจินตนาการ ส่งเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
และการแก้ปัญหา
7. หาซื้อได้ง่ายด้วยราคาประหยัด หรือสามารถผลิตขึ้นใช้เองได้
8. ผ่านการทดสอบจากผู้ผลิต และได้มีการทดลองใช้ก่อนนำไปใช้จริง
การจัดเตรียมวัสดุเพื่อการผลิตสื่อการเรียนการสอน
สื่อการเรียนการสอน เป็นสิ่งที่ครูสามารถจัดทำหรือผลิตขึ้นเองได้
โดยจัดหาวัสดุจากสิ่งต่างๆ ที่มีอยู่รอบตัว อาจเป็นวัสดุที่มีอยู่ในท้องถิ่น
หรือวัสดุเหลือใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างไรก็ดี การจัดแบ่งสื่อ
สามารถแบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ ได้ดังนี้
1.วัสดุท้องถิ่น
2.วัสดุเหลือใช้
3.วัสดุทำขึ้นเอง
4.วัสดุซื้อมาราคาถูก
ของเล่นสำหรับเด็กปฐมวัย
การเล่น เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเด็กที่ขาดมิได้ อาจกล่าวได้ว่า
การเล่นเป็นการทำงานของเด็ก โดยธรรมชาติแล้ว เด็กจะชอบเล่นเนื่องจาก
ทำให้เด็กได้รับความสนุกสนานเพลิดเพลิน ได้ผ่อนคลายความเครียด ประการสำคัญ
เด็กได้เรียนรู้สิ่งต่างๆ จากการเล่น ดังนั้นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เด็ก
ได้รับการพัฒนาส่งเสริมพัฒนาการได้สูงสุด
จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากของเล่น
ประโยชน์ของของเล่น
การจัดหาของเล่นให้แก่เด็ก ควรเหมาะสมกับวัยและพัฒนาการ
รวมทั้งให้โอกาสเด็กได้เล่น ซึ่งเด็กจะได้รับประโยชน์ดังนี้
1. ของเล่นช่วยให้เด็กได้ใช้ประสาทสัมผัสด้านต่างๆ
ได้อย่างเต็มที่และส่งเสริมพัฒนาการทุกด้าน
2. ของเล่นช่วยกระตุ้นความสนใจ ความอยากรู้อยากเห็นของเด็ก
3. ของเล่นช่วยตอบสนองความต้องการของเด็กในการทำกิจกรรมต่างๆ
4.
ของเล่นให้โอกาสเด็กได้แสดงความรู้สึกนึกคิดของตนเองอย่างอิสระในการเล่น
5. ของเล่นช่วยสร้างเสริมบุคลิกลักษณะพื้นฐานที่ดีให้แก่เด็ก
และยังช่วยพัฒนาเด็กในการเรียนรู้การอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้
อย่างไรก็ดี ของเล่นสามารถจำแนกประเภทตามคุณประโยชน์ด้านการพัฒนาเด็กด้านต่างๆ
ดังนี้
1. ของเล่นที่ส่งเสริมพัฒนาการทางกายของเด็กปฐมวัย
ของเล่นที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านนี้ ก่อให้เกิดการพัฒนาทางการใช้ประสาทสัมผัส
อันได้แก่ ตา หู จมูกดมกลิ่น ลิ้นชิมรส และกายสัมผัส
ของเล่นประเภทนี้จะให้คุณประโยชน์แก่เด็กในรูปแบบที่แตกต่างกันไป เช่น
เครื่องแขวนต่างๆ ให้ประโยชน์ด้านการกลอกสายตา ทำให้ประสาทตาว่องไว
ฟุตบอลผ้าที่ใช้ผ้าชนิดหรือสีต่างๆ ช่วยพัฒนาการเรียนรู้เรื่องผิวสัมผัส การขยำ
ขว้าง ปา ของเล่นตักตวง เล่นน้ำเล่นทราย จะช่วยพัฒนากล้ามเนื้อนิ้วมือ เป็นต้น
2. ของเล่นที่ส่งเสริมพัฒนาการทางอารมณ์ของเด็กปฐมวัย
เป็นของเล่นที่เล่นแล้ว ส่งเสริมให้เด็กมีพัฒนาการด้านอารมณ์ ช่วยให้จิตใจแจ่มใส
เบิกบาน หากเป็นของเล่นที่เด็กเล่นคนเดียว มักมีเสียงและสามารถเคลื่อนไหวได้
ซึ่งเด็กจะสนใจและสามารถเล่นได้นานๆ ยกตัวอย่างเช่น กล่องดนตรี
เครื่องเคาะหรือเขย่าต่างๆ ตุ๊กตาคนหรือสัตว์ หุ่นต่างๆ เป็นต้น
3. ของเล่นที่ส่งเสริมพัฒนาการทางสังคมของเด็กปฐมวัย พบว่า
เป็นของเล่นที่เด็กเล่นตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป การเล่นร่วมกัน
เด็กๆจะเรียนรู้และเข้าใจความคิดและความรู้สึกของผู้อื่น
การเรียนรู้การอยู่ร่วมกัน การเอื้อเฟื้อช่วยเหลือ การแบ่งปัน
เป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่ควรสนับสนุนและจัดประสบการณ์ทั้งทางตรงและทางอ้อมให้แก่เด็ก
ทั้งยังช่วยลดพฤติกรรมการยึดตนเองเป็นศูนย์กลางของเด็กได้อีกด้วย
ของเล่นที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านนี้ ได้แก่ บันไดงูและลูกเต๋า เล่นขายของ เตาขนมครก
เชือกชนิดยาว (ที่เด็กๆ สามารถเล่นแกว่งเชือกได้หลายคน) บัตรไพ่ เป็นต้น
4. ของเล่นที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา
เป็นของเล่นที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านภาษา ด้านวิทยาศาสตร์ ด้านคณิตศาสตร์
ด้านสังคมศาสตร์ และอื่นๆ ของเล่นที่ส่งเสริมด้านนี้
เด็กๆจะสนุกสนานกับวิธีเล่นในรูปแบบต่างๆ อาจมีการแข่งขันกันเล่น ฝึกความจำ
การสังเกต รวมทั้งพัฒนาด้านภาษา
ลักษณะของเล่นที่ดี
1. ต้องเหมาะสมกับวัยและความสามารถของเด็ก
2. มีความปลอดภัย แข็งแรง ทนทาน ปราศจากพิษ ทำความสะอาดได้ง่าย
3. ดึงดูดความสนใจของเด็กและเป็นของเล่นที่เด็กๆทั่วไปนิยมเล่น
4. ไม่จำเป็นต้องมีราคาแพง อาจใช้วัสดุเหลือใช้ หรือวัสดุในท้องถิ่น
5. ช่วยพัฒนาประสาทสัมผัสและการรับรู้ของผู้เล่นได้เหมาะสมตามวัย
6. กระตุ้นให้เด็กเกิดจินตนาการและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
7. ของเล่นที่ดีควรพัฒนาทักษะการเคลื่อนไหวในส่วนต่างๆ ของร่างกาย
ตั้งแต่ระดับหยาบ จนถึงการเคลื่อนไหวที่ละเอียดเพิ่มขึ้นตามวัย เช่น ต่อบล็อก
ลากจูงหรือเข็นรถ ขี่จักรยาน เล่นกีฬา เล่นเครื่องดนตรี เป็นต้น
ของเล่นจึงเป็นสิ่งสำคัญ และเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเด็ก ที่ผู้ใหญ่
ผู้ปกครอง พ่อแม่ ครู และผู้เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัย ต้องจัดหาของเล่นที่ดี มีคุณภาพ
เหมาะสมตามวัย เพื่อส่งเสริมให้เด็ก เจริญเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ
เขียนโดย LOVE MY BABIES ที่ 08:11
อ้างอิง https://babylove52.blogspot.com/2011/01/blog-post_17.html
ประเมินอาจารย์
อาจารย์สอนเนื้อหาได้ดีและมีเวลาเพียงพอต่อการนำเสนอบทความของนักศึกษาเป็นรายบุคคลสอนเข้าใจอธิบายชัดเจน
ประเมินเพื่อนร่วมห้อง
เพื่อนทุกคนตั้งใจเรียน
ไม่มีง่วงหลับแต่คุยกันพอสมควรและเพื่อนตื่นเต้นกันกับการนำเสนอบทความของแต่ละคนทุกคนมีการเตรียมความพร้อมมาอย่างดีมีการจดสรุปบทความของตนเองเพื่อออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียนตามลำดับ
ประเมินตนเอง
ตั้งใจฟังอาจารย์สอนและนำเสนอบทความตามที่สรุปและคิดว่าทำได้ดีพอสมควรดีกว่ารอบที่ผ่านมา
บรรยากาศในชั้นเรียน
แรกๆจะร้อนพอสมควรไม่ถึงมากแต่ช่วงท้ายคาบแอร์ลงหนาวมาก ห้องสะดวกต่อการนั่งเรียน
โต๊ะเก้าอี้มีความเหมาะสมกับจำนวนนักศึกษา